Category Archives: บันทึกทั่วไป

HTTPS is here

บัดนี้เว็บไซต์แห่งนี้ได้ใช้ HTTPS อย่างเต็มรูปแบบ

ขอขอบคุณคุณ ส. บุนนาค ที่แนะนำวิธีการ

Leave a Comment

Filed under บันทึกทั่วไป

Second Life = ทุติยชีโว (เขาตั้งมาให้)

เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้กลับเข้าไปยังโลกของ Second Life อีกครั้ง Second Life คือโลกเสมือนสามมิติให้เราเข้าไปอยู่อาศัย ผู้เล่นสามารถสร้างโลกของตัวเองได้ตามจินตนาการ ผมเข้าร่วมกับ SL ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) แน่นอนว่ามันเคยมีมาก่อนหน้าและยังอยู่มาได้ถึงปัจจุบัน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือคนน้อยลง คนที่รู้จักก็หายหน้าไปหมดแล้ว ยกเว้นคนที่มาเปิดร้านทำธุรกิจที่นี่ กราฟิกส์แสดงผลดีขึ้น แล็กน้อยลง (อาจจะเป็นเพราะอินเทอร์เน็ตดีขึ้นหรือเปล่า)

ผมใช้ชื่อใน SL ว่า Octra Bond หรือชื่อเดิม Octra Dagostino ชื่อเดิมที่ตั้งอย่างนี้เพราะสมัยแรกตอนสมัครเขาให้ตั้ง 2 อย่างคือชื่อกับนามสกุล ชื่อสามารถพิมพ์เองได้ แต่นามสกุลต้องเลือกเอาจากรายการที่มีให้ (อยากเลือก Dragon แต่ไม่มี เลยเอาที่ใกล้เคียง) ผลก็คือมีคนที่มีนามสกุลซ้ำเต็มไปหมดโดยไม่ใช่ญาติกัน พอตอนหลังเขาเห็นว่าคงไม่ดีเลยยุบรวมเป็นชื่อเดียว สมาชิกเก่าสามารถตั้งชื่อแทนตัวใหม่ได้ คนที่สมัครใหม่สมัยหลังจะได้ตั้งชื่อเดียว

สมัยแรกเริ่ม สมาชิกประเภทฟรีสามารถมีบ้านจัดสรรได้บนที่ดิน 512 ตารางเมตร แต่ต่อมาก็ไม่ให้แล้วเพราะเจอปัญหาคนสมัครใหม่ไปขายต่อ ทำให้กลายเป็นว่า ไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินหรือบ้านได้อีก เดิมผมเคยเป็นสมาชิกประเภทฟรี ถึงแม้จะเคยเติมเงินแล้วก็ตาม ซึ่งทำให้สามารถเข้าไปในเขตผู้ใหญ่ (adult zone) ได้ แต่ก็ยังเป็นคนร่อนเร่พเนจร เที่ยวเตร่ไปเรื่อย ๆ กลับมาครั้งนี้ผมได้สมัครเป็นสมาชิกประเภทพรีเมียม ทำให้ผมมีบ้านและที่ดิน (ใต้บ้าน) เป็นพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ได้ตกแต่งบ้านและสร้างสิ่งของด้วยตัวเอง

การเงินของ SL นั้นก็ไม่เบา มีตลาดเงินซื้อขายแลกเปลี่ยนในหน่วย Linden Dollar (L$) ค่าของเงินเทียบกับ USD มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแต่ไม่มาก แต่ผมสนใจเพียงแค่จะเติมเงินเข้าใปใช้ใน SL ไม่ได้มีเงินเหลือใช้ถึงขนาดจะมาเก็งกำไรในนี้ สมัยก่อนผมเคยคิดที่จะหาเงินจาก SL โดยการเข้าร่วมการรณรงค์ต่าง ๆ เช่น การนั่งแคมป์ (การไปนั่งเฝ้าเขตนั้นให้ออนไลน์ตลอดเวลา) การเดินทางตามกรวยนำเที่ยว การหาเศษเงินตามเกมเซนเตอร์ (อย่าเรียกกาสิโนเพราะเขาไม่สนับสนุนการพนัน) แต่ทั้งหมดนั้นก็ให้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า แถมค่าธรรมเนียมก็แพงเลยเลิก คนที่จะมีรายได้ดีก็คือพวกประดิษฐ์ของดี ๆ ขาย เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ อวตาร ฯลฯ คิดว่าคงยังไม่ขาดทุนเพราะยังเห็นมีร้านใหญ่โตอยู่ ผมไม่อาจไปแข่งกับเขาได้เพราะของเขาดีอยู่แล้ว เครื่องใช้ในบ้านก็ยังซื้อเขามา

กลับมาครั้งนี้ก็ได้พบกับสมาชิกใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้ 2 คน ซึ่งเป็นคนที่รู้จักอยู่ในทวิตเตอร์ คนแรกคือ Thanyakij เขามาเองโดยไม่ต้องชวน ถึงแม้ว่าเขาเคยสมัครไว้เมื่อนานมาแล้วในชื่ออื่น แต่คงจำไม่ได้หรืออะไร เรารู้เพราะมีรายชื่อเพื่อนอยู่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา และอีกคนหนึ่งคือ mmppz ซึ่งตาม Thanyakij มา ผมชวนพวกเขามาเยี่ยมบ้าน พาไปแหล่งท่องเที่ยวที่ดีต่อใจ เช่น วัดพุทธ หมู่บ้านจีน ปารีส เพียงวันเดียวเท่านั้นเขาก็ชวนกันไปบาร์เกย์ไปเดตกันกระหนุงกระหนิง แต่ทั้งสองคนนั้นก็ยังไม่มีบ้านของตัวเอง ไปค้างคืนฟิตเนสโรงแรมไหนกันก็ไม่รู้

ผมก็จะยังอยู่กับ SL ไปอีกยาว เพราะสมัครพรีเมียมไว้แล้ว 3 เดือน จะพยายามเข้าให้บ่อยถ้าไม่มีภาระอะไร SL ยังมีอะไรที่ยังไม่ได้สำรวจอีกเยอะ

ปล. มารู้ทีหลังว่า Dagostino อันที่จริงแล้วคือ D’Agostino เป็นนามสกุลดังของชาวอิตาลี

Leave a Comment

Filed under บันทึกทั่วไป

เรื่องแมว…เรื่องยาว (3)

ตราบใดที่เรายังเลี้ยงแมว เราก็ต้องเป็นทาสแมว

ก้าง ตอนนี้เป็น บู๋บี๋

ก้าง ตอนนี้เป็น บู๋บี๋

บู๋บี๋ (สะกดด้วยไม้จัตวา) ตัวผู้สีดำขาว ตอนนี้เป็นแมวตัวโปรดของบ้าน อันที่จริงบ้านก็มีเราอยู่คนเดียวแหละ นิสัยเฉย ๆ จัดท่าทางอะไรก็นอนเฉยอยู่ท่านั้น ไม่ดิ้น ไม่บ่น ไม่ร้องมาก ไม่รู้ว่าฉลาดหรือไม่ฉลาด แต่ชอบกินปลาเส้น เพราะตอนที่มันป่วยมันได้ปลาเส้นนี่แหละช่วยชีวิต

บู๋บี๋ตอนไปหาหมอใช้ชื่อเดิมคือ ก้าง พี่น้องของมันที่ตายอีก 2 ตัว ก็ตั้งชื่อไว้ว่า ทราย กับ แป้น ส่วนอีกตัวหนึ่งที่ตายแล้วเช่นกันที่เขารับเอาไป เขาไปตั้งชื่อเองและไม่ได้บอกว่าชื่ออะไร

ดุ๋งดิ๋ง ไอ้ส้ม และบู๋บี๋ อยู่ด้วยกันได้

ดุ๋งดิ๋ง ไอ้ส้ม และบู๋บี๋ อยู่ด้วยกันได้

ส่วนดุ๋งดิ๋งก็กลายเป็นแมวจร ไม่ยอมเข้าบ้าน ในตอนแรก ๆ ดุ๋งดิ๋งก็เข้ากันไม่ได้กับบู๋บี๋วัยเด็ก เราก็เป็นห่วงว่าบู๋บี๋จะโดนกัดเวลาเราไปทำงาน แต่พอนานวันเข้า วันหนึ่งแอบไปเห็นว่า บู๋บี๋กำลังเล่นอยู่กับดุ๋งดิ๋งข้างนอกรั้วบ้านนั้น เฝ้าแอบดูอยู่นานสองนาน เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง นั่นหมายความว่า ดุ๋งดิ๋งไม่ได้เกลียดหรือกลัวบู๋บี๋ หรือในทางกลับกัน เพียงแต่มันคงติดภาพที่โดนสามสีแม่มันไล่ตบ เลยไม่กล้าเข้ามา และในขณะเดียวกันนั้น ไอ้ส้มแสนดีก็ช่วยดูแลบู๋บี๋ ราวกับเป็นพ่อของมันเองเลย

ยังจำแม่ส้มของดุ๋งดิ๋งได้ไหม แม่ส้มมันไม่ได้มีลูกครอกเดียวที่นี่ มันเคยไปออกลูกไว้ที่อื่นด้วย ซึ่งก็คือบ้านอีก 2 หลังถัดไปซึ่งเลี้ยงแมวเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยดูแล เลี้ยงตามมีตามเกิด ปัจจุบันนี้แม่ส้มไม่อยู่ในโลกแล้ว เหลือแต่ทายาทของมันทั้งที่บ้านเรา (ดุ๋งดิ๋ง) และที่บ้านเขา แมวจากบ้านเขาที่มาเยี่ยมเยียนบ้านเราก็มีที่ตัวลายส้มอีก! แต่เป็นตัวเมีย อายุไล่ ๆ กันกับบู๋บี๋ เรียกมันว่าส้มเช้ง

บู๋บี๋ กับส้มเช้ง

บู๋บี๋ กับส้มเช้ง

ส้มเช้งชอบมาที่บ้านบ่อย ๆ เราก็ให้อาหารเผื่อแผ่ไว้ บู๋บี๋ที่อายุครบ 1 ขวบก็เริ่มสนิทสนมนางนี่ แต่ยังไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ ต่อมาเราก็พบว่านางส้มเช้งท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ คิดได้อย่างเดียวคือมันตั้งท้อง คงจะท้องกับตัวอื่นข้างนอกนั่น เราก็ให้อาหารตามปกติ รอดูว่ามันจะออกเป็นสีอะไร

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเป็นวันที่ฝนตก ตอนนั้นไม่เห็นมัน คิดว่ามันกลับไปอยู่บ้านเดิม วันถัดมามันก็ปรากฏตัว และเห็นว่าท้องมันแฟบ จึงได้รู้ว่ามันออกลูกเรียบร้อยแล้ว เราเดินหาในบริเวณบ้านทุกซอกทุกมุมก็ไม่พบลูกแมว ไม่ได้ยินแม้แต่เสียง คิดว่ามันคงไปออกลูกนอกบ้านในบริเวณที่เราไปไม่ถึง แม่ส้มเช้งก็กลับมากินอาหารที่บ้านเหมือนปกติ เสร็จแล้วออกไปให้นมลูกข้างนอก และ 3 วันต่อมาซึ่งเป็นวันหยุด มันก็คาบลูกมาทีละตัวเข้าบ้าน! มี 3 ตัวเป็นสีส้มทั้งหมดแต่คนละลาย ตัวผู้ 2 ตัว ตัวเมีย 1 ตัว มี 2 ตัวที่ลายคล้าย ๆ อเมริกันชอร์ตแฮร์ (ลายวนใหญ่ ๆ) แสดงว่าตัวพ่อของมันมีเชื้ออเมริกันชอร์ตแฮร์ จึงได้รู้ว่าตัวพ่อน่าจะเป็นส้มมาเฟีย ก็ต้องรับเลี้ยงไว้ก่อนด้วยภาระจำยอม

บู๋บี๋พอเห็นลูกแมวก็นั่งเฝ้านั่งมอง แน่นอนว่ามันไม่เคยเห็นลูกแมวมาก่อน แต่มันก็เข้ากันได้ ไม่ทำร้ายลูกแมว แม่ส้มเช้งก็ไม่หวง พออยู่นาน ๆ ไป รู้สึกว่าบู๋บี๋ก็ทำตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็กได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับที่มันได้รับการดูแลมาจากไอ้ส้ม

เวลาที่เขียนนี้เหล่าลูกแมวส้มก็โตอายุ 2 สัปดาห์ กำลังนอนกลิ้งนอนเกลือกบนพรม คิดไว้ว่าเดือนครึ่งถึงสองเดือนก็จะประกาศหาบ้านให้พวกมัน

ส้มเช้ง กับ ลูก ๆ ทั้งสาม

ส้มเช้ง กับ ลูก ๆ ทั้งสาม

Leave a Comment

Filed under บันทึกทั่วไป

เรื่องแมว…เรื่องยาว (2)

วันหนึ่งในปีที่แล้ว ประมาณเดือนนี้และเป็นฤดูฝน พบแมวแม่ลูกอ่อนถูกทิ้งใกล้ที่ทำงาน เป็นแม่แมวสามสี กับลูก 5 ตัว เป็นลูกสีดำขาว 4 ตัว (ตัวผู้ 2 ตัว, ตัวเมีย 2 ตัว) กับสามสี 1 ตัว (ตัวเมีย) ลูกน่าจะประมาณ 1 เดือน ตัวแม่มีปลอกคอด้วย ถึงรู้ว่าโดนทิ้งมา คนที่ทำงานก็ช่วยกันเก็บมาใส่ไว้หลังรถกระบะมีหลังคาไว้ชั่วคราว แน่นอนว่าคนที่ทำงานมีทั้งคนชอบและไม่ชอบแมว นอกจากนี้ก็เลี้ยงแมวไว้ในที่ทำงานไม่ได้ จึงช่วยกันประกาศหาบ้านบนเฟซบุ๊ก ผ่านไปจนวันศุกร์ก็ยังไม่มีใครติดต่อมา ทีนี้มันจะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เราก็จะปล่อยเหล่าแมวไว้ในรถก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครคอยให้อาหารและเก็บขี้แมว เราจึงต้องเอากรงมาใส่ขนกลับบ้านทั้งครอบครัว

เอามาถึงบ้านแล้ว ตอนแรกเราก็ต้องขังแมวไว้ในห้องที่ไม่มีคนอยู่ แม่ก็บ่น ๆ ๆ ว่าจะทำบ้านสกปรก นอกจากนี้ดุ๋งดิ๋งก็ไม่ถูกกับแม่แมวสามสี ดุ๋งดิ๋งจึงไม่ยอมเข้าบ้าน จนกว่าเราจะขังสามสีไว้ในห้องมันถึงจะยอมเข้ามา แต่พอมันได้กลิ่นพวกลูกแมวมันก็หนี ต่อมาเราก็ย้ายครอบครัวแมวไปอยู่หลังบ้านเป็น open air ปล่อยอิสระมันเดินไปทั่ว เล่นไปทั่ว แต่มันก็ไม่เคยออกมาถึงหน้าบ้าน วันที่ฝนตกหรือถึงเวลานอนก็เก็บเข้ามาไว้ในครัว จึงไม่น่าจะมีปัญหา เวลาอยู่ข้างนอกสามสีจะคอยช่วยปกป้องลูก ขับไล่แมวใหญ่ทุกตัวที่เข้าใกล้ รวมทั้งดุ๋งดิ๋ง ดุ๋งดิ๋งจึงมีปัญหา พอมันหนีบ่อยขึ้น ๆ จนมันไม่เข้าบ้านอีกเลย แต่มันก็แวะมากินอาหารอยู่บางคราว กลายเป็นแมวจรเหมือนแม่มันไปเลย

เฟซบุ๊กไม่มีวี่แววว่าใครจะติดต่อมา อาจจะเป็นเพราะพวกลูกแมวตัวสีดำเลยไม่ชอบกันหมด (มันก็ไม่ได้ดำล้วนสักหน่อย ทีหมาดำยังเลี้ยงกันได้เลย) แม่จึงยื่นมือเข้ามาช่วยหาคนรับเลี้ยงพวกมัน วันหนึ่งระหว่างที่รีบจะออกไปทำงาน เราก็ก้มดูใต้รถเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีพวกลูกแมวอยู่ พอสตาร์ตรถแล้วถอยเท่านั้นเอง เสียงเมี้ยวดังลั่น และสัมผัสได้ถึงตัวรถที่มันสะเทือน เราออกไปดูเห็นลูกแมวตัวหนึ่งนอกดิ้นพรวด ๆ อยู่ ตัวอื่นวิ่งหนีไปหมด (แต่ยังอยู่ในบริเวณรั้วบ้าน) นั่นไงครับ ลูกแมวสีดำขาวตัวหนึ่งโดนเหยียบหัว กะโหลกเบี้ยวไปแถบหนึ่ง บอกเลยว่ายังไงก็ไม่รอด เราจึงต้องปล่อยให้มันจากไปอย่างสงบ แล้วเราก็เอาไปฝังไว้ในสวนข้างบ้าน สวดบทกรวดน้ำและแผ่เมตตาให้มัน ขอโทษนะแมวน้อย วันนั้นจึงไปทำงานสายอย่างไม่ตั้งใจ

ลูกแมวที่เหลือก็โตขึ้นจนเกือบสองเดือน และแม่แมวสามสีก็ยังอยู่ แม่บอกว่าให้เอามันไปทำหมันได้แล้ว เราก็เลยเอามันไปที่คลินิก หมอบอกว่าตอนนี้โรคหัดแมวกำลังระบาดยังไม่ควรทำ แต่เราก็ยังจะดื้อทำ ก่อนผ่าตัดหมอก็บอกว่าเหมือนจะเป็นลิวคีเมีย (โลหิตจาง) เพราะเหงือกซีดมาก ผ่าตัดเสร็จแล้วก็เอามาอยู่ที่บ้าน ก็เห็นสบายดี อาการดีขึ้นตามลำดับ พอ 7 วันผ่านไปสามสีเริ่มออกอาการเบื่ออาหารและอาเจียน พออาเจียนมันก็เจ็บคอกินอาหารไม่ได้ พยายามกินน้ำแต่ก็อ้วกหมด เราค้นหาข้อมูลดูบอกว่านี้เป็นอาหารของหัดแมว หรือไวรัสลำไส้อักเสบ และมันก็ติดแมวตัวอื่นได้ด้วย ผ่านทางน้ำลาย น้ำอ้วก น้ำฉี่ และขี้แมว ซวยแล้วไง! เอามันไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์ หมอบอกว่าโรคนี้มีระยะฟักตัว 7 วัน ซึ่งก็พอดีครบวันที่ไปทำหมันมา หัดแมวมาจากคลินิกนั้นเอง! หมอบอกไม่สามารถรักษาให้หายไปทันที ต้องรักษาตามอาการ โดยประคองไว้จนกว่าร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานเอง โดยห้ามกินอาหาร แต่ให้สารอาหารผ่านน้ำเกลือแทน และทำให้ร่างกายอบอุ่น

โรคพวกนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเจ้าของคนเก่าพาไปฉีดวัคซีนตั้งแต่แรก ทีนี้มันมีลูก ลูกมันก็ต้องไม่มีภูมิเหมือนแม่ มันติดกันแน่นอน เราจึงแยกแม่สามสีไว้ในห้องที่เคยเอามันมาครั้งแรกนั่นแหละ ส่วนลูกอยู่นอกห้อง (ยังอยู่ในบ้าน) ทีนี้มันมีอยู่ช่วงนึงที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ ความหนาวเย็นจากจีนพัดมา ทำให้อากาศหนาวเย็นลง 10 กว่าวัน (ในฤดูฝนเนี่ยนะ) เป็นผลให้การสร้างความอบอุ่นไม่ได้ผล อยู่ไม่ถึง 3 วัน อาการทรุดหนักแล้วก็ตาย เอาไปฝังไว้ใกล้ ๆ กับจุดเดิม เหลือลูกแมวอยู่ 4 ตัว ยังดีที่ลูก ๆ ของมันหย่านมแล้ว กินปลากระป๋องเองได้ ไม่แสดงอาการอะไร

ก้าง

ก้าง

ลูกแมวทั้ง 4 ตัว มีสีดำขาว 3 ตัว สามสี 1 ตัว เราไม่อยากให้พวกมันติดหัดจากแม่สามสี เราเลยพาไปฉีดวัคซีนรวมทุกตัว แต่หมอก็ไม่แนะนำอีก เพราะธรรมชาติของวัคซีนก็คือเชื้อโรคที่มีฤทธิ์อ่อน ถ้าร่างกายอ่อนแอก็จะเป็นโรคจากวัคซีนได้ แต่ความรู้สึกที่อยากจะรักษาชีวิตของพวกมันมีมากกว่า เลยให้ฉีด หารู้ไม่ว่านี่เป็นการเร่งอาการให้เกิดเร็วขึ้น

มีการติดต่อมาจากคนแถบนี้ว่าอยากได้ลูกแมวสักตัว หนุ่มสาว 2 คนมาหาที่บ้านและรับเอาตัวดำขาวตัวผู้ที่อ้วนนิด ๆ ไปเลี้ยง วันถัดมาพวกลูกแมวก็มีอาการเหมือนแม่มัน! คือเบื่ออาหารและอ้วก ค่อย ๆ เป็นทีละตัว โดยเฉพาะตัวที่ติดแม่มากที่สุดก่อน เราก็พยายามสุดชีวิตที่จะรักษาพวกมัน ลูกแมวของเราก็ค่อย ๆ ตายไปทีละตัว เอาฝังไว้ใกล้ ๆ ครอบครัวเดียวกัน ตัวที่เขาเอาไปมันก็ตายในเวลาไล่เลี่ยกัน เหลือหนูน้อยดำขาวตัวผู้ผอมกะหร่องตัวเดียว เราเรียกมันว่าก้าง ประคับประคองสุดชีวิต คอยให้น้ำเกลือ ถึงกับต้องลากกรงทั้งสายน้ำเกลือทุกวันมาที่ทำงาน เพื่อที่จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด เวลานอนก็ใส่กรงอบหม้อน้ำเดือดเพื่อให้อบอุ่นทุกวัน เพราะอากาศมันหนาวเย็นมากอย่างกับหน้าหนาว ถ้าน้ำเดือดหายร้อนก็ต้องไปต้มใหม่ แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

ก้าง ตอนนี้เป็น บู๋บี๋

ก้าง ตอนนี้เป็น บู๋บี๋

พ้นช่วงอากาศหนาวผ่านไป ก้างดูเหมือนจะแข็งแรงขึ้น เริ่มกินอาหารได้ เราดีใจมาก เพราะเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มมีภูมิต่อกรกับไวรัสได้ ให้น้ำเกลือต่ออีก 3-4 วัน จนแน่ใจแล้วว่าจะไม่เป็นอีก ทีนี้ก็เลยหายเป็นปกติ เข้าโปรแกรมฉีดวัคซีนตามที่หมอนัด มาถึงจุดนี้เราก็เปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่าบู๋บี๋ เพราะมันไม่ผอมเป็นก้างแล้ว และเราก็รักบู๋บี๋มากอย่างกับลูกเลย

ส่วนดุ๋งดิ๋งไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย อยู่แต่นอกบ้าน ไม่เป็นโรคเพราะเขามีภูมิวัคซีนในตัว แต่ครบปีหมอนัดฉีดใหม่แล้ว ยังจับตัวไปหาหมอเป็นวรรคเป็นเวรไม่ได้

happy ending หรือยัง? บอกเลยว่ายัง

ขออภัยที่ไม่มีรูปแม่สามสี กับลูก ๆ พร้อมหน้ากันทุกตัว เพราะลบไปหมดแล้ว

Leave a Comment

Filed under บันทึกทั่วไป

เรื่องแมว…เรื่องยาว (1)

จากวันนั้น ตั้งแต่ดุ๋งดิ๋ง (ตัวขาว) เริ่มโต ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับแมว…

ไอ้ส้ม

ไอ้ส้ม

ปกติแล้วที่นี่จะมีแมวจรเจ้าถิ่น มีนิสัยดีตัวหนึ่งเรียกว่าไอ้ส้ม นิสัยแย่ตัวหนึ่งเรียกว่ามาเฟีย ตัวลายส้มทั้งคู่ มาเฟียสีเข้มกว่านิดนึง อยู่กันมาตั้งแต่แม่ส้มที่ให้กำเนิดดุ๋งดิ๋ง (ดูดี ๆ มีหลายส้ม) สองตัวนี้กัดกันเป็นประจำ บางทีถ้ามืด ๆ นี้แยกไม่ออก และถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าดุ๋งดิ๋งเป็นลูกของใคร ไอ้ส้มนิสัยดีไม่กัดกับแมวตัวไหนในบ้านเลย มาช่วยเลี้ยงช่วยดูแลด้วยซ้ำ ต่างกับมาเฟียที่มันอยากขยายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา

ดุ๋งดิ๋ง

ดุ๋งดิ๋ง

ดุ๋งดิ๋งได้ฉีดวัคซีนตามที่หมอแนะนำ พอดุ๋งดิ๋งอายุครบ 6 เดือนเราก็พามันไปทำหมันเรียบร้อย เราก็จะไม่ต้องห่วงว่าดุ๋งดิ๋งจะออกลูกมาเต็มอีกต่อไป

happy ending หรือยัง? บอกเลยว่ายัง

แล้วแม่ส้มหายไปไหน? ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เดาว่ามันคงเป็นโรค แล้วแอบไปนอนตายที่ไหนสักแห่งนึง…

Leave a Comment

Filed under บันทึกทั่วไป